[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
’โกเมซ’ กระซิบแฟนลิเวอร์พูล ผมยังเทพกว่านี้ได้อีก(17 ต.ค. 2561, 23:34) UniNet เชื่อมองค์ความรู้ทั่วโลกให้คนไทยได้ศึกษา(17 ต.ค. 2561, 23:34) เมลาเนีย ทรัมป์ ระทึก! บินขัดข้องกลางเวหา ควันท่วมห้องโดยสาร(17 ต.ค. 2561, 23:10) โจร 4.0 ขโมย 'ตะแกรงเผาศพ' ทำของขลัง ระวังเจออาถรรพ์! วิญญาณเจ้าที่(17 ต.ค. 2561, 22:56) หงส์สะเทือน! คูตินโญไม่ไหวจะเคลียร์ เร่งบาร์ซาดึง เฟอร์มิโนเสียบซัวเรซ(17 ต.ค. 2561, 22:52) 'สุพรีมฯ' ร่วมกลุ่มทีมแซมบ้า-ตุรกี จับติ้วลูกยางสโมสรโลก 2018(17 ต.ค. 2561, 22:30) นักท่องเที่ยว 1,203 คน ตีตั๋วกรมอุทยานฯ เที่ยวพักผ่อนหมู่เกาะสิมิลัน(17 ต.ค. 2561, 22:04) ‘ลิเวอร์พูล’ เร่งเจรจาคว้า ‘เดเมอร์เบย์’ ร่วมทัพปีใหม่ (คลิป)(17 ต.ค. 2561, 21:58) ปิดคดียิงเสี่ยคิมบัวใหญ่ ตร.โคราชจับมือยิงได้แล้ว หลังไปวิวาทแก๊งโจ๋(17 ต.ค. 2561, 21:47) ตร. แจ้งข้อหา ลูกนายก อบต.หัวร้อน ยกพวกทะเลาะ 2 พ่อลูก หึงหวงนักร้องสาว(17 ต.ค. 2561, 21:25) สตม.ไทย เปิดแอคเคาต์แบบเป็นทางการบนเว็บไซต์เว่ยป๋อของประเทศจีน(17 ต.ค. 2561, 21:25) 'เจ้าชายริชาร์ด' ร่วมรำลึก 75 ปี การสร้างทางรถไฟสายไทย-พม่า(17 ต.ค. 2561, 21:06) Fresh Taiwan ขน 10 แบรนด์ชั้นนำบุกงาน Bangkok Fair สุดล้ำจินตนาการ(17 ต.ค. 2561, 21:03) เจาะลึก!! 3 เหตุผลสำคัญที่ 'น้องเพียว' ควรย้ายไปเล่นยังต่างแดน(17 ต.ค. 2561, 21:00) แฟนคลับฟิน ฌอห์ณ-พิม ใส่เสื้อคู่ แถมโชว์ท่าเต้นสุดน่ารัก (คลิป)(17 ต.ค. 2561, 21:00) สาวใหญ่ ไม่เป็นอันกินอันนอน สุนัขพันธุ์ปอมหาย คาดถูกอุ้ม พบให้ 1 หมื่น(17 ต.ค. 2561, 20:47) แม่หมาไล่กัดคนในบ้านพักตำรวจกาฬสินธุ์ คาดอาจติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า(17 ต.ค. 2561, 20:35) ม็อบชาวสวนปาล์มบุกศาลากลางกระบี่ จี้รัฐแก้ราคาตกเหลือ กก.ละ 2.50 บาท(17 ต.ค. 2561, 20:30) จ๊ะจ๋า ยอมรับคบ จิ๊บ วสุ เข้ากันไม่ได้ บอกเลิกกันเป็นพันรอบ (คลิป) (17 ต.ค. 2561, 20:30) พปชร.ไม่รู้ ดูดลูกกำนันเซี้ยะ ปชป. ย้ำ 4 รมต.ออกแน่ เมื่อหมดภารกิจ(17 ต.ค. 2561, 20:30)
เมนูหลัก
หลักสูตรนวดแผนไทย
ระบบ e-learning
หนังสือราชการ สพป.สน.เขต๑
ฝากข้อความ
    ชื่อ :
    ข้อความ (ตัวแสดงอารมณ์)
    blog สมาชิก
    สถิติผู้เขียน blog 10 อันดับ
    ๋jattain polwongsa
    [ มือใหม่ ]
    4
    Sutipong Kaewyota
    [ มือใหม่ ]
    4
    NO
    [ มือใหม่ ]
    4
    siwanat
    [ มือใหม่ ]
    3
    wipapon poangmale
    [ มือใหม่ ]
    3
    มอส
    [ มือใหม่ ]
    3
    kao
    [ มือใหม่ ]
    3
    chonlathit
    [ มือใหม่ ]
    2
    Patipan
    [ มือใหม่ ]
    2
    pittaporn
    [ มือใหม่ ]
    2
    บทความ blog ล่าสุดโดย
    เมกาโลดอนฉลามที่ไหญ่ที่สุดไนโลกSutipong Kaewyota
    มดNO
    วาฬน้ำเงิน๋jattain polwongsa
    โลมา596
    สะถานที่ลึกลับSutipong Kaewyota
    พังพอนNO
    พังพอนNO
    พังพอนNO
    ลิง๋jattain polwongsa
    จระเข้kao
    หมวดหมู่ blog
    สถิติผู้เยี่ยมชม

     เริ่มนับ 26/พ.ย./2556
    ผู้ใช้งานขณะนี้ 4 IP
    ขณะนี้
    4 คน
    สถิติวันนี้
    292 คน
    สถิติเมื่อวานนี้ี้
    266 คน
    สถิติเดือนนี้
    4161 คน
    สถิติปีนี้
    52103 คน
    สถิติทั้งหมด
    188222 คน
    IP ของท่านคือ 54.80.87.166
    (Show/hide IP)

      

      หมวดหมู่ : วิทยาศาสตร์
    เรื่อง : ดาวเคราะห์
    blog name : Sutipong Kaewyota
    ระดับ : [ มือใหม่ ]
    เข้าชม : 75
    อังคาร ที่ 21 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2561 ปักหมุดและแบ่งปัน
        

    นับเป็นเวลาหลายพันปีในอดีตกาลที่มนุษยชาติไม่เคยรับรู้มาก่อนว่ามีสิ่งที่เรียกว่า ระบบสุริยะ แต่เดิมมนุษย์เชื่อว่า โลกเป็นศูนย์กลางจักรวาลที่อยู่นิ่ง มีดวงดาวต่าง ๆ โคจรไปรอบ ๆ ผ่านไปบนท้องฟ้า แม้ว่านักดาราศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ชาวอินเดียชื่อ Aryabhata และนักปรัชญาชาวกรีก Aristarchus เคยมีแนวคิดเกี่ยวกับการที่ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางจักรวาลและจัดลำดับจักรวาลเสียใหม่ แต่ผู้ที่สามารถคิดค้นแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อพิสูจน์แนวคิดนี้ได้สำเร็จเป็นคนแรกคือ นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 มีผู้สืบทอดแนวทางการศึกษาของเขาต่อมา คือกาลิเลโอ กาลิเลอี โยฮันเนส เคปเลอร์ และ ไอแซค นิวตัน พวกเขาพยายามทำความเข้าใจระบบทางฟิสิกส์และเสาะหาหลักฐานการพิสูจน์ยืนยันว่า โลกเคลื่อนไปรอบ ๆ ดวงอาทิตย์ และดาวเคราะห์ทั้งหลายต่างก็ดำเนินไปภายใต้กฎทางฟิสิกส์แบบเดียวกันนี้ ในยุคหลังต่อมาจึงเริ่มมีการสืบสวนค้นหาปรากฏการณ์ทางภูมิธรณีต่าง ๆ เช่น เทือกเขา แอ่งหิน ปรากฏการณ์สภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนตามฤดูกาล การศึกษาเกี่ยวกับเมฆ พายุทราย และยอดเขาน้ำแข็งบนดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ

    การสำรวจยุคแรก[แก้]

    กล้องโทรทรรศน์จำลองจากชุดที่ไอแซก นิวตันใช้

    การสำรวจระบบสุริยะในยุคแรกดำเนินไปได้โดยอาศัยกล้องโทรทรรศน์ เพื่อช่วยนักดาราศาสตร์จัดทำแผนภาพท้องฟ้าแสดงตำแหน่งของวัตถุที่จางเกินกว่าจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

    กาลิเลโอ กาลิเลอี คือผู้แรกที่ค้นพบรายละเอียดทางกายภาพของวัตถุในระบบสุริยะ เขาค้นพบว่าผิวดวงจันทร์นั้นขรุขระ ส่วนดวงอาทิตย์ก็มีจุดด่างดำ และดาวพฤหัสบดีมีดาวบริวารสี่ดวงโคจรไปรอบ ๆ[6] คริสตียาน เฮยเคินส์ เจริญรอยตามกาลิเลโอโดยค้นพบไททัน ดวงจันทร์ของดาวเสาร์ รวมถึงวงแหวนของมันด้วย[7] ในเวลาต่อมา จิโอวันนี โดเมนิโก กัสสินี ค้นพบดวงจันทร์ของดาวเสาร์เพิ่มอีก 4 ดวง ช่องว่างในวงแหวนของดาวเสาร์ รวมถึงจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดี[8]และสื่งยาส่

    ปี ค.ศ. 1705 เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ ค้นพบว่าดาวหางหลายดวงในบันทึกประวัติศาสตร์ที่จริงเป็นดวงเดิมกลับมาปรากฏซ้ำ ถือเป็นการพบหลักฐานชิ้นแรกสำหรับการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของวัตถุอื่นนอกเหนือจากดาวเคราะห์[9] ในช่วงระยะเวลาเดียวกันนี้จึงเริ่มมีการใช้คำว่า "ระบบสุริยะ" ขึ้นเป็นครั้งแรก[10]

    ค.ศ. 1781 วิลเลียม เฮอร์เชล ค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่คือ ดาวยูเรนัส โดยที่ในตอนแรกเขาคิดว่าเป็นดาวหาง[11] ต่อมาในปี ค.ศ. 1801 จูเซปเป ปีอัซซี ค้นพบวัตถุโคจรอยู่ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี ในตอนแรกเขาคิดว่าเป็นดาวเคราะห์ แต่ต่อมาจึงมีการค้นพบวัตถุขนาดเล็กนับเป็นพันดวงในย่านอวกาศนั้น ซึ่งในเวลาต่อมาจึงเรียกวัตถุเหล่านั้นว่า ดาวเคราะห์น้อย[12]

    ไม่อาจระบุได้แน่ชัดว่า ระบบสุริยะถูก "ค้นพบ" เมื่อใดกันแน่ แต่การสังเกตการณ์ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 สามรายการสามารถบรรยายลักษณะและตำแหน่งของระบบสุริยะในเอกภพได้อย่างไม่มีข้อสงสัย รายการแรกเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1838 เมื่อฟรีดดริค เบสเซล สามารถวัดพารัลแลกซ์ของดาวได้ เขาพบว่าตำแหน่งปรากฏของดาวเปลี่ยนแปลงไปตามการเคลื่อนที่ของโลกที่โคจรไปรอบดวงอาทิตย์ นี่ไม่เพียงเป็นข้อพิสูจน์ทางตรงต่อแนวคิดดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางจักรวาล แต่ยังได้เปิดเผยให้ทราบถึงระยะทางมหาศาลระหว่างระบบสุริยะของเรากับดวงดาวอื่นเป็นครั้งแรก ต่อมาในปี ค.ศ. 1859 โรเบิร์ต บุนเซน และ กุสตาฟ เคอร์ชอฟฟ์ ได้ใช้สเปกโตรสโคปที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ตรวจวัดค่าสเปกตรัมจากดวงอาทิตย์ และพบว่ามันประกอบด้วยธาตุชนิดเดียวกันกับที่มีอยู่บนโลก นับเป็นครั้งแรกที่พบข้อมูลทางกายภาพที่เกี่ยวโยงกันระหว่างโลกกับสวรรค์[13] หลังจากนั้น คุณพ่อแองเจโล เชคคี เปรียบเทียบรายละเอียดสเปกตรัมของดวงอาทิตย์กับดาวฤกษ์ดวงอื่น และพบว่ามันเหมือนกันทุกประการ ข้อเท็จจริงที่พบว่าดวงอาทิตย์ก็เป็นดาวฤกษ์ดวงหนึ่งนำไปสู่ข้อสมมุติฐานว่าดาวฤกษ์ดวงอื่นก็อาจมีระบบดาวเคราะห์ของมันเองเช่นกัน แม้ว่ากว่าจะค้นพบหลักฐานสำหรับข้อสมมุติฐานนี้จะต้องใช้เวลาต่อมาอีกกว่า 140 ปี

    ค.ศ. 1992 มีการค้นพบหลักฐานแรกที่ส่อถึงระบบดาวเคราะห์แห่งอื่นนอกเหนือจากระบบของเรา โคจรอยู่รอบดาวพัลซาร์ พีเอสอาร์ บี1257+12 สามปีต่อมาจึงพบดาวเคราะห์นอกระบบดวงแรกคือ 51 เพกาซี บี โคจรรอบดาวฤกษ์ลักษณะคล้ายดวงอาทิตย์ ตราบจนถึงปี ค.ศ. 2008 มีการค้นพบระบบดาวเคราะห์อื่นแล้วกว่า 221 ระบบ[14]

    การสำรวจด้วยยานอวกาศ[แก้]

    ภาพวาดยานไพโอเนียร์ 10 ขณะผ่านวงโคจรของดาวพลูโตเมื่อปี 1983 ได้รับสัญญาณครั้งสุดท้ายเมื่อมกราคม 2003 ส่งมาจากระยะ 82 AU

    ยุคของการสำรวจอวกาศด้วยยานอวกาศเริ่มต้นขึ้นนับแต่สหภาพโซเวียตส่งดาวเทียมสปุตนิก 1 ขึ้นสู่วงโคจรรอบโลกเมื่อปี ค.ศ. 1957 โดยได้โคจรอยู่เป็นเวลา 1 ปี ต่อมายานเอกซ์พลอเรอร์ 6 ของสหรัฐอเมริกา ขึ้นสู่วงโคจรในปี 1959 และสามารถถ่ายภาพโลกจากอวกาศได้เป็นครั้งแรก

    ยานสำรวจลำแรกที่เดินทางไปถึงวัตถุอื่นในระบบสุริยะ คือยานลูนา 1 ซึ่งเดินทางผ่านดวงจันทร์ในปี ค.ศ. 1959 ในตอนแรกตั้งใจกันว่าจะให้มันตกลงบนดวงจันทร์ แต่ยานพลาดเป้าหมายแล้วจึงกลายเป็นยานที่สร้างโดยมนุษย์ลำแรกที่ได้โคจรรอบดวงอาทิตย์ ยานมาริเนอร์ 2 เป็นยานอวกาศลำแรกที่เดินทางไปถึงดาวเคราะห์อื่นในระบบสุริยะ คือไปเยือนดาวศุกร์ในปี ค.ศ. 1962 ต่อมายานมาริเนอร์ 4 ได้ไปถึงดาวอังคารในปี ค.ศ. 1965 และมาริเนอร์ 10 ไปถึงดาวพุธในปี ค.ศ. 1974

    ยานอวกาศลำแรกที่ลงจอดบนวัตถุอื่นในระบบสุริยะได้คือยานลูนา 2 ของสหภาพโซเวียต ซึ่งลงจอดบนดวงจันทร์ได้ในปี ค.ศ. 1959 หลังจากนั้นก็มียานลงจอดบนดาวอื่นได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ยานเวเนรา 3 ลงจอดบนพื้นผิวดาวศุกร์ในปี 1966 ยานมาร์ส 3 ลงถึงพื้นดาวอังคารในปี 1971 (แต่การลงจอดที่สำเร็จจริง ๆ คือยานไวกิ้ง 1 ในปี 1976) ยานเนียร์ชูเมกเกอร์ไปถึงดาวเคราะห์น้อย 433 อีรอส ในปี 2001 และยานดีปอิมแพกต์ไปถึงดาวหางเทมเพล 1 ในปี 2005

    ยานสำรวจลำแรกที่ไปถึงระบบสุริยะชั้นนอกคือยานไพโอเนียร์ 10 ที่เดินทางผ่านดาวพฤหัสบดีในปี ค.ศ. 1973 ต่อมาในปี ค.ศ. 1977 ยานสำรวจอวกาศในโครงการวอยเอจเจอร์จึงได้เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหญ่ โดยเดินทางผ่านดาวพฤหัสบดีในปี 1979 ผ่านดาวเสาร์ในปี 1980-1981 ยานวอยเอจเจอร์ 2 ได้เข้าใกล้ดาวยูเรนัสในปี 1986 และเข้าใกล้ดาวเนปจูนในปี 1989 ปัจจุบันนี้ ยานสำรวจวอยเอจเจอร์ทั้ง 2 ลำได้เดินทางออกพ้นวงโคจรของดาวเนปจูนไปไกลแล้ว และมุ่งไปบนเส้นทางเพื่อค้นหาและศึกษากำแพงกระแทก เฮลิโอชีท และเฮลิโอพอส ข้อมูลล่าสุดจากองค์การนาซาแจ้งว่า ยานวอยเอจเจอร์ทั้ง 2 ลำได้เดินทางผ่านกำแพงกระแทกไปแล้วที่ระยะห่างประมาณ 93 หน่วยดาราศาสตร์จากดวงอาทิตย์[15]

    วันที่ 19 มกราคม 2006 นาซาส่งยานสำรวจแบบบินผ่าน นิวฮอไรซันส์ ขึ้นสู่อวกาศ ซึ่งเป็นยานสำรวจอวกาศแบบไร้คนขับลำแรกที่จะเดินทางไปสำรวจแถบไคเปอร์ ยานมีกำหนดบินผ่านดาวพลูโตในเดือนกรกฎาคม 2015 จากนั้นจะเดินทางเข้าสู่แถบไคเปอร์เพื่อสำรวจวัตถุในพื้นที่นั้นต่อไป[16]



    5 stars เฉลี่ย : 5 จาก 1 ครั้ง.
    รายละเอียดผู้เขียนบทความ blog
    blog name :
    เจ้าของ blog :
    อาชีพ :
    สถานที่ทำงาน :
    จำนวนบทความใน blog :
    ระดับของ blog :
    Sutipong Kaewyota
    สุธิพงษ์ แก้วโยธา
    7/2/2547
    โรงเรียนบ้านป่าผาง
    4 เรื่อง
    [ มือใหม่ ]

    วิทยาศาสตร์ 5 อันดับล่าสุด

          เมกาโลดอนฉลามที่ไหญ่ที่สุดไนโลก 24/ส.ค./2561
          มด 24/ส.ค./2561
          วาฬน้ำเงิน 24/ส.ค./2561
          โลมา 24/ส.ค./2561
          สะถานที่ลึกลับ 24/ส.ค./2561


    กำลังแสดงหน้าที่ 1/0 ->
    << 1 >>



    ชื่อ/Email :
    ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
    ความคิดเห็น


    กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


    ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ rimklongg@gmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป