[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
'สุพรีมฯ' ร่วมกลุ่มทีมแซมบ้า-ตุรกี จับติ้วลูกยางสโมสรโลก 2018(17 ต.ค. 2561, 22:30) นักท่องเที่ยว 1,203 คน ตีตั๋วกรมอุทยานฯ เที่ยวพักผ่อนหมู่เกาะสิมิลัน(17 ต.ค. 2561, 22:04) ‘ลิเวอร์พูล’ เร่งเจรจาคว้า ‘เดเมอร์เบย์’ ร่วมทัพปีใหม่ (คลิป)(17 ต.ค. 2561, 21:58) ปิดคดียิงเสี่ยคิมบัวใหญ่ ตร.โคราชจับมือยิงได้แล้ว หลังไปวิวาทแก๊งโจ๋(17 ต.ค. 2561, 21:47) ตร. แจ้งข้อหา ลูกนายก อบต.หัวร้อน ยกพวกทะเลาะ 2 พ่อลูก หึงหวงนักร้องสาว(17 ต.ค. 2561, 21:25) สตม.ไทย เปิดแอคเคาต์แบบเป็นทางการบนเว็บไซต์เว่ยป๋อของประเทศจีน(17 ต.ค. 2561, 21:25) 'เจ้าชายริชาร์ด' ร่วมรำลึก 75 ปี การสร้างทางรถไฟสายไทย-พม่า(17 ต.ค. 2561, 21:06) Fresh Taiwan ขน 10 แบรนด์ชั้นนำบุกงาน Bangkok Fair สุดล้ำจินตนาการ(17 ต.ค. 2561, 21:03) เจาะลึก!! 3 เหตุผลสำคัญที่ 'น้องเพียว' ควรย้ายไปเล่นยังต่างแดน(17 ต.ค. 2561, 21:00) แฟนคลับฟิน ฌอห์ณ-พิม ใส่เสื้อคู่ แถมโชว์ท่าเต้นสุดน่ารัก (คลิป)(17 ต.ค. 2561, 21:00) สาวใหญ่ ไม่เป็นอันกินอันนอน สุนัขพันธุ์ปอมหาย คาดถูกอุ้ม พบให้ 1 หมื่น(17 ต.ค. 2561, 20:47) แม่หมาไล่กัดคนในบ้านพักตำรวจกาฬสินธุ์ คาดอาจติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า(17 ต.ค. 2561, 20:35) ม็อบชาวสวนปาล์มบุกศาลากลางกระบี่ จี้รัฐแก้ราคาตกเหลือ กก.ละ 2.50 บาท(17 ต.ค. 2561, 20:30) จ๊ะจ๋า ยอมรับคบ จิ๊บ วสุ เข้ากันไม่ได้ บอกเลิกกันเป็นพันรอบ (คลิป) (17 ต.ค. 2561, 20:30) พปชร.ไม่รู้ ดูดลูกกำนันเซี้ยะ ปชป. ย้ำ 4 รมต.ออกแน่ เมื่อหมดภารกิจ(17 ต.ค. 2561, 20:30) 'โค้ชหระ-สิทธิโชค' ตั้งเป้าเก็บแต้มจาก 'อิรัก' ศึกชิงแชมป์เอเชีย(17 ต.ค. 2561, 20:15) วันแรกก็วุ่น! ซื้อตั๋วเข้าสิมิลัน ไม่เข้าใจขั้นตอน ยื่นเอกสารไม่ครบ(17 ต.ค. 2561, 20:10) แม่เครียดอารมณ์ร้าย ตีลูก 4 ขวบเจ็บทั่วตัว พ่อเลี้ยงเข้าห้ามถูกกัดด้วย(17 ต.ค. 2561, 19:51) ทนายความป้ายแดงถูกรุ่นพี่หลอกใช้ ตุ๋นเงินนักโทษยาเสพติดอ้างช่วยได้(17 ต.ค. 2561, 19:46) รวบคาผ้าเหลือง เจ้าอาวาสวัดที่เชียงใหม่ ลวงตุ๋ยเด็กชายอายุต่ำกว่า15ปี(17 ต.ค. 2561, 19:45)
เมนูหลัก
หลักสูตรนวดแผนไทย
ระบบ e-learning
หนังสือราชการ สพป.สน.เขต๑
ฝากข้อความ
    ชื่อ :
    ข้อความ (ตัวแสดงอารมณ์)
    blog สมาชิก
    สถิติผู้เขียน blog 10 อันดับ
    ๋jattain polwongsa
    [ มือใหม่ ]
    4
    Sutipong Kaewyota
    [ มือใหม่ ]
    4
    NO
    [ มือใหม่ ]
    4
    siwanat
    [ มือใหม่ ]
    3
    wipapon poangmale
    [ มือใหม่ ]
    3
    มอส
    [ มือใหม่ ]
    3
    kao
    [ มือใหม่ ]
    3
    chonlathit
    [ มือใหม่ ]
    2
    Patipan
    [ มือใหม่ ]
    2
    pittaporn
    [ มือใหม่ ]
    2
    บทความ blog ล่าสุดโดย
    เมกาโลดอนฉลามที่ไหญ่ที่สุดไนโลกSutipong Kaewyota
    มดNO
    วาฬน้ำเงิน๋jattain polwongsa
    โลมา596
    สะถานที่ลึกลับSutipong Kaewyota
    พังพอนNO
    พังพอนNO
    พังพอนNO
    ลิง๋jattain polwongsa
    จระเข้kao
    หมวดหมู่ blog
    สถิติผู้เยี่ยมชม

     เริ่มนับ 26/พ.ย./2556
    ผู้ใช้งานขณะนี้ 7 IP
    ขณะนี้
    7 คน
    สถิติวันนี้
    284 คน
    สถิติเมื่อวานนี้ี้
    266 คน
    สถิติเดือนนี้
    4153 คน
    สถิติปีนี้
    52095 คน
    สถิติทั้งหมด
    188214 คน
    IP ของท่านคือ 54.80.87.166
    (Show/hide IP)

      

      หมวดหมู่ : วิทยาศาสตร์
    เรื่อง : เสือตัวใหญ่
    blog name : ๋jattain polwongsa
    ระดับ : [ มือใหม่ ]
    เข้าชม : 77
    ศุกร์์ ที่ 24 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2561 ปักหมุดและแบ่งปัน
        

    เสือ

    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
    ไบยังการนำทางไปยังการค้นหา
    สำหรับเสือ ที่หมายถึงปลา ดู ปลาเสือ สำหรับละคร ดู เสือ (ละครโทรทัศน์)

    เสือ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ฟิลิดีซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับแมวโดยชนิดที่เรียกว่าเสือมักมีขนาดลำตัวค่อนข้างใหญ่กว่า[1]และอาศัยอยู่ภายในป่า ขนาดของลำตัวประมาณ 168 - 227 เซนติเมตรและหนักประมาณ 180 - 245 กิโลกรัม[2] รูม่านตากลม เป็นสัตว์กินเนื้อกลุ่มหนึ่ง มีลักษณะและรูปร่างรวมทั้งพฤติกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากสัตว์ในกลุ่มอื่น หากินเวลากลางคืน มีถิ่นกำเนิดในป่า เสือส่วนใหญ่ยังคงมีความสามารถในการปีนป่ายต้นไม้ซึ่งยกเว้นเสือชีต้า เสือทุกชนิดมีกรามที่สั้นและแข็งแรง มีเขี้ยว 2 คู่สำหรับกัดเหยื่อ ทั่วทั้งโลกมีสัตว์ที่อยู่ในวงศ์เสือและแมวประมาณ 37 ชนิด ซึ่งรวมทั้งแมวบ้านด้วย[3]

    เสือจัดเป็นสัตว์นักล่าที่มีความสง่างามในตัวเอง โดยเฉพาะเสือขนาดใหญ่ที่แลดูน่าเกรงขราม ไม่ว่าจะเป็นเสือโคร่งหรือเสือดาว ผู้ที่พบเห็นเสือในครั้งแรกย่อมเกิดความประทับใจในความสง่างาม แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดความหวาดหวั่นเกรงขามในพละกำลังและอำนาจภายในตัวของพวกมัน เสือจึงได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งสัตว์ปา และเป็นจ้าวแห่งนักล่าอย่างแท้จริง [4]

    ปัจจุบันจำนวนของเสือในประเทศไทยลดจำนวนลงเป็นอย่างมากในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี เสือกลับถูกล่า ป่าภายในประเทศถูกทำลายเป็นอย่างมาก สภาพธรรมชาติในพื้นที่ต่าง ๆ ถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของมนุษย์เอง ทุกวันนี้ปริมาณของเสือที่จัดอยู่ในลำดับสุดท้ายของห่วงโซ่อาหารถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการสูญสิ้นหรือลดจำนวนลงอย่างมากของเสือซึ่งเป็นสัตว์กินเนื้อ จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและระบบนิเวศทั้งหมด การลดจำนวนอย่างรวดเร็วของเสือเพียงหนึ่งหรือสองชนิดในประเทศไทย ทำให้ปริมาณของสัตว์กินพืชเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ธรรมชาติเสียความสมดุลในที่สุด

    ลักษณะทั่วไป[แก้]

    เสือส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในป่าและทุ่งหญ้า ส่วนใหญ่ไม่ชอบน้ำเช่นเดียวกับแมวทั่วไป มีเพียงเสือโคร่ง[5]และเสือจากัวร์เท่านั้นที่ชอบน้ำ[6] ยิ่งกว่านั้นสถานที่ที่พบเสือโคร่งบ่อยที่สุดมักจะเป็นแอ่งน้ำ ทะเลสาบ หรือแม่น้ำ เสือเป็นสัตว์ที่หากินโดยลำพัง อาหารหลักมักจะเป็นสัตว์กินพืชขนาดกลางอย่างเช่น กวาง หมูป่า และควาย ซึ่งจะล่าเหยื่อด้วยวิธีการเดิน ย่อง วิ่งไล่และตะครุบเหยื่อ อย่างไรก็ตามพวกมันอาจจะออกล่าสัตว์ที่ขนาดใหญ่กว่าหรือเล็กกว่าในสถานการณ์ที่คับขัน

    เสือมีลักษณะพิเศษคือสามารถซ่อนเล็บไว้ในปลายนิ้วเท้าได้ เมื่อต้องการจับยึดเหยื่อจะกางเล็บเท้าหน้าออก ส่วนเล็บเท้าด้านหลังจะใช้เป็นอาวุธสำหรับฉีกกระชากเหยื่อ และในขณะที่เสือวิ่งเล็บเท้าหลังจะช่วยยึดเกาะ ทำให้สามารถตะกุยพื้นเร่งความเร็วได้เร็วขึ้น นอกจากนี้วิธีการหดซ่อนเล็บของเสือยังเป็นวิธีการรักษาความแหลมคมของเล็บไว้ เพื่อป้องกันการขูดขีดขณะเดินหรือเคลื่อนไหวตามปกติ ศัตรูเพียงชนิดเดียวของเสือก็คือมนุษย์ ปัจจุบันเสือถูกล่าอย่างผิดกฎหมายเพื่อนำไปทำเสื้อขนสัตว์ และเป็นความเชื่อในการทำยาบำรุงกำลังของผู้ชาย

    จากความเสียหายของถิ่นที่อยู่ รวมทั้งการล่าเพื่อทำหนังขนสัตว์ จำนวนเสือตามธรรมชาติจึงลดน้อยลง เสือจึงเป็นสัตว์ที่อยู่รายการสปีชีส์ที่กำลังอยู่ในอันตราย เสือเป็นหนึ่งในสัตว์ที่อยู่ในระดับเหนือสุดของห่วงโซ่อาหาร เพราะการสูญสิ้นหรือลดปริมาณลงอย่างรวดเร็วของเสือ ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและความสัมพันธ์ของห่วงโซ่อาหารและระบบนิเวศทั้งหมด การสูญพันธุ์ของสัตว์กินเนื้อเพียงหนึ่งหรือสองชนิด จะทำให้กลุ่มของสัตว์กินพืชเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทั่งธรรมชาติเสียความสมดุล ปัจจุบันได้มีมาตรการคุ้มครองสัตว์กินเนื้อ โดยเฉพาะสัตว์ในกลุ่มเสือให้รอดพ้นจากการล่าของมนุษย์ เพื่อให้สัตว์กินเนื้อเหล่านี้ไม่สูญพันธุ์ไปจนหมด

    วิวัฒนาการของเสือ[แก้]

    สัตว์ในกลุ่มเสือซึ่งหมายรวมถึงเสือและแมวทุกชนิด ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของสิ่งที่มีชีวิตในวงศ์ฟิลิดี เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมซึ่งมีขนปกคลุมทั่วทั้งร่างกาย มีปอดไว้สำหรับหายใจ หัวใจมี 4 ห้องและมีลักษณะที่สำคัญที่สุดคือ ตัวเมียมีเต้านมและน้ำนมไว้สำหรับเลี้ยงลูกอ่อน ซึ่งส่วนใหญ่การปฏิสนธิและเจริญเติบโตของลูกอ่อน จะเกิดขึ้นภายในมดลูกของตัวเมีย มีเขี้ยวที่ใช้ฆ่าเหยื่อ มีฟันกรามที่คมเหมือนมีดไว้สำหรับตัดเนื้อ ซึ่งพัฒนามาจากฟันกรามที่ทำหน้าที่สำหรับบดเคี้ยว มีข้อต่อสำหรับกระดูกสันหลังที่ยืดหยุ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่ง การเร่งความเร็วในการวิ่ง และการกระโจน มีนิ้วเท้า 5 นิ้วและเล็บแหลมคม

    สัตว์กินเนื้อเริ่มปรากฏตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในโลกเมื่อต้นมหายุคซีโนโซอิก (อังกฤษCenozoic) หรือเมื่อประมาณ 65 ล้านปีก่อน ซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์กินเนื้อในยุคนี้ คือกลุ่มของสัตว์ที่เรียกกันว่าไมเอซิดี (อังกฤษMiacidae)[7] ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็ก ลักษณะลำตัวยาว มีหางสั้น มีอวัยวะที่ยื่นออกมาจากลำตัวและข้อต่อที่สามารถยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี ลักษณะของไมเอซิดีจะคล้ายกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กในปัจจุบันคือ จีเน็ต (อังกฤษGenets) ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายกับสัตว์จำพวกชะมด (อังกฤษCivet) มีขนาดสมองที่เล็กและกะโหลกแบน มีอุ้งเท้าที่กว้างและนิ้วเท้าที่แยกออกจากกัน อาศัยในป่า แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือไวเวอร์ราวิน (อังกฤษViverravines) และไมเอซิน (อังกฤษMiachines) ซึ่งมีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ในหินที่มีอายุประมาณ 39 ล้านปี และในช่วงระยะเวลา 39 ล้านปีก่อนนี้เอง ปลายสมัยอีโอซีน (อังกฤษEocene) ซึ่งต่อกันกับสมัยโอลิโกซีน (อังกฤษOligocene) เป็นช่วงเวลาที่สัตว์กินเนื้อปรากฏขึ้นบนโลกมากมายหลากหลายชนิด กระจายถิ่นฐานตามพื้นที่ต่าง ๆ อย่างกว้างขวางจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ปกครองโลกแทนไดโนเสาร์ที่พึ่งจะสูญพันธุ์ไป[4]

    สัตว์กินเนื้อที่เรียกว่า ไมเอซิดี คือ ไวเวอร์ราวินและไมเอซิน เป็นจุดเริ่มต้นวิวัฒนาการของสัตว์กินเนื้ออีก 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ อาร์กทอยเดีย (อังกฤษArctoidea) และ แอลูรอยเดีย (อังกฤษAeluroidea) ซึ่งลักษณะของอาร์กทอยเดีย คือสัตว

    5 stars เฉลี่ย : 5 จาก 1 ครั้ง.
    รายละเอียดผู้เขียนบทความ blog
    blog name :
    เจ้าของ blog :
    อาชีพ :
    สถานที่ทำงาน :
    จำนวนบทความใน blog :
    ระดับของ blog :
    ๋jattain polwongsa
    ด.ช.เจตรินทร์ พลวงศ์ษา
    23/9/2548

    4 เรื่อง
    [ มือใหม่ ]

    วิทยาศาสตร์ 5 อันดับล่าสุด

          เมกาโลดอนฉลามที่ไหญ่ที่สุดไนโลก 24/ส.ค./2561
          มด 24/ส.ค./2561
          วาฬน้ำเงิน 24/ส.ค./2561
          โลมา 24/ส.ค./2561
          สะถานที่ลึกลับ 24/ส.ค./2561


    กำลังแสดงหน้าที่ 1/0 ->
    << 1 >>



    ชื่อ/Email :
    ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
    ความคิดเห็น


    กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


    ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ rimklongg@gmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป